คณะผู้บริหารและครูศึกษาดูงานด้านการศึกษา ณ ประเทศเกาหลีใต้
วันเลิกทาส
วันนี้ 1 เมษายน นอกจากจะเป็นวันโกหก หรือ เอพริล ฟูลส์ เดย์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมฝรั่ง ที่จะโกหกกันโดยไม่โกรธ แต่สำหรับประเทศไทย วันนี้เป็นวันที่รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศเลิกทาส เมื่อปีพ.ศ. 2448 นอกจากนี้ ยังเป็นวันข้าราชการพลเรือนด้วย สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพุทธศักราช 2471 ซึ่งเป็นการจัดระเบียบข้าราชการฝ่ายพลเรือนให้เป็นมาตรฐาน มีผลใช้บังคับ ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2471 จึงได้ถือวันนี้เป็นวันข้าราชพลเรือนตั้งแต่นั้นมา
April Fools'day วันเมษาหน้าโง่
ประวัติ April Fools' Day
วันโกหก มีเชื่อเรียกว่า วันเมษาฯ หน้าโง่ หรือ April Fools' Day ประวัติของวันๆนี้ เริ่มต้นที่ประเทศฝรั่งเศส ในยุคศตวรรษที่ 16 ตอนนั้นชาวฝรั่งเศสมีวันปีใหม่ตรงกับวันที่ 1 เมษายน กระทั่งมาถึง ค.ศ.1562 โป๊ป เกรกอรี จึงกำหนดให้ชาวคริสต์ทั่วโลกฉลองวันปีใหม่พร้อมกันวันที่ 1 มกราคม คราวนี้สมัยก่อน ข่าวสารไม่ได้กระจายรวดเร็วเหมือนสมัยนี้ คนบ้านนอกของฝรั่งเศสบางกลุ่มยังไม่รู้ แถมบางคนได้ยินแล้วก็ยังไม่เชื่อ เลยฉลองวันปีใหม่กันวันที่ 1 เมษาฯเหมือนเดิม ทำให้พวกไม่ตกยุคเย้ยหยันพวกตกยุคว่า "หน้าโง่" แถมยังพยายามจะแกล้งหลอกคนกลุ่มนี้เพื่อความสนุกสนานอีกด้วย
วันโกหก มีเชื่อเรียกว่า วันเมษาฯ หน้าโง่ หรือ April Fools' Day ประวัติของวันๆนี้ เริ่มต้นที่ประเทศฝรั่งเศส ในยุคศตวรรษที่ 16 ตอนนั้นชาวฝรั่งเศสมีวันปีใหม่ตรงกับวันที่ 1 เมษายน กระทั่งมาถึง ค.ศ.1562 โป๊ป เกรกอรี จึงกำหนดให้ชาวคริสต์ทั่วโลกฉลองวันปีใหม่พร้อมกันวันที่ 1 มกราคม คราวนี้สมัยก่อน ข่าวสารไม่ได้กระจายรวดเร็วเหมือนสมัยนี้ คนบ้านนอกของฝรั่งเศสบางกลุ่มยังไม่รู้ แถมบางคนได้ยินแล้วก็ยังไม่เชื่อ เลยฉลองวันปีใหม่กันวันที่ 1 เมษาฯเหมือนเดิม ทำให้พวกไม่ตกยุคเย้ยหยันพวกตกยุคว่า "หน้าโง่" แถมยังพยายามจะแกล้งหลอกคนกลุ่มนี้เพื่อความสนุกสนานอีกด้วย
กิจกรรมเเละวิธีการสอนของวิชาคณิตศาสตร์
บทสัมภาษณ์ คุณครูสุกัญญา สิงห์บัวขาว
Q: กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นอย่างไร
A: การเรียนเรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการกำลังสองตัวเเปรเดียว เป็นรื่องที่ค่อนข้างยาก สำหรับนักเรียน ครูต้องคอยอธิบายเพื่อเป็นเเนวทางใ์นการทำโจทย์ เเละพยายามให้คำถามให้นักเรียนได้ฝึกคิด วิเคราะห์
Q: มีเทคนิกการสอนอย่างไร เเละช่วงก่อนสอบปลายภาคมีการติวอย่างไร
A: ในระหว่างการเรียนการสอนก็จะมีบททบทวนความรู้เดิมเพื่อนำมาต่อยอดความรู้ใหม่ เเละจะเน้นให้นักเรียนเขาใจเนื้อหา มากกว่าการจำเพียงอย่างเดียว ช่วงก่อนสอบก็จะนำเนื้อหาที่เรียนมาทั้งหมดกลับมาทบทวนให้นักเรียนอีกครั้ง เพื่อให้นักเรียนสามารถทำคะเเนนในการสอบปลายภาคได้
Q: ทำอย่างไรให้นักเรียนอยู่ในการควบคุม
A: พยายามให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน เช่นถ้านักเรียนเริ่มคุยกันไม่สนใจฟังขณะที่ครูอธิบาย ครูก็จะพยายามใช้คำถามให้นักเรียนได้อธิบาย นักเรียนก็จะตั้งใจฟังที่ครูสอน เพราะถ้านักเรียนไม่ตั้งใจฟัง ก็จะไม่สามารถตอบคำถามได้
Q: กิจกรรมการเรียนการสอนเป็นอย่างไร
A: การเรียนเรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการกำลังสองตัวเเปรเดียว เป็นรื่องที่ค่อนข้างยาก สำหรับนักเรียน ครูต้องคอยอธิบายเพื่อเป็นเเนวทางใ์นการทำโจทย์ เเละพยายามให้คำถามให้นักเรียนได้ฝึกคิด วิเคราะห์
Q: มีเทคนิกการสอนอย่างไร เเละช่วงก่อนสอบปลายภาคมีการติวอย่างไร
A: ในระหว่างการเรียนการสอนก็จะมีบททบทวนความรู้เดิมเพื่อนำมาต่อยอดความรู้ใหม่ เเละจะเน้นให้นักเรียนเขาใจเนื้อหา มากกว่าการจำเพียงอย่างเดียว ช่วงก่อนสอบก็จะนำเนื้อหาที่เรียนมาทั้งหมดกลับมาทบทวนให้นักเรียนอีกครั้ง เพื่อให้นักเรียนสามารถทำคะเเนนในการสอบปลายภาคได้
Q: ทำอย่างไรให้นักเรียนอยู่ในการควบคุม
A: พยายามให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน เช่นถ้านักเรียนเริ่มคุยกันไม่สนใจฟังขณะที่ครูอธิบาย ครูก็จะพยายามใช้คำถามให้นักเรียนได้อธิบาย นักเรียนก็จะตั้งใจฟังที่ครูสอน เพราะถ้านักเรียนไม่ตั้งใจฟัง ก็จะไม่สามารถตอบคำถามได้
ขอบคุณคุณครูสุกัญญา สิงห์บัวขาว ที่เสียสละเวลามาสัมภาษณ์ กับทางเรา
พิธีวันครู
ผู้บริหาร คณะครูโรงเรียนดรุณาราชบุรี ร่วมงานวันครู ณ
วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี 16 มกราคม 2558 ในพิธี
ตัวแทนคุณครูรับรางวัลครูแสนดี
หลังพิธีมีกิจกรรมแข่งขันกีฬาไทยเชื่อมความสามัคคี
รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน เป็นที่ประทับใจและสนุกสนานกันถ้วนหน้า
ภาพโดย : คุณครูสุนทร ปานบุตรสะราคัม
ภาพโดย : คุณครูสุนทร ปานบุตรสะราคัม
วันเด็กแห่งชาติ
วันเด็กแห่งชาติ
วันเด็กแห่งชาติ ในประเทศไทย ตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปี
เป็นวันหยุดราชการที่มิได้ชดเชยในวันทำงานถัดไป มีการให้คำขวัญวันเด็กทุกปีโดยนายกรัฐมนตรีไทย เริ่มต้นจัดงานวันเด็กครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2498
โดยได้กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม เป็นวันเด็กแห่งชาติ
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2506 ได้มีมติเปลี่ยนแปลงวันเด็กแห่งชาติมาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม โดยเริ่มจัดงานวันเด็กในปี พ.ศ. 2508 เป็นต้นมา
การจัดงานวันเด็ก
Children's Day ปีพุทธศักราช 2498 อันเป็นปีที่ทั่วโลกเริ่มจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติกันขึ้น ตามความเห็นคล้อยตามกับองค์การสหประชาชาติที่นำปัญหาเรื่องเด็กมาร่างเป็นปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของเด็กค. ประเทศไทยได้รับข้อเสนอของวี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศ ผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยว่า ประเทศไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของเด็กให้มากขึ้น ดังที่นานาประเทศกำลังทำอยู่
ขณะนั้น สภาวัฒนธรรมแห่งชาติยังมิได้ถูกยุบเลิกไป คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณา ในที่สุดที่ประชุมได้เห็นชอบนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 ได้มีมติคณะรัฐมนตรีรับหลักการ ให้จัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการรับไปดำเนินการ ส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดงานนั้น ได้อนุมัติเงินจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลมาดำเนินการ
ดังนั้น ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2498 ประเทศไทยจึงมีงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากนั้นเป็นต้นมา ทางราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติ และจัดติดต่อกันมาจนถึงปี พ.ศ. 2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้น มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่เพื่อความเหมาะสม ด้วยเหตุผลว่า ในเดือนตุลาคม ประเทศไทยยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็กไม่สะดวกในการมาร่วมงาน ประการต่อมาก็คือ วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง จึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้ ตลอดจนการจราจรก็ติดขัด
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสนอ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 ประกาศเปลี่ยนงานฉลองวันเด็กแห่งชาติจากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม มาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ปี พ.ศ. 2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติด้วยการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว
งานวันเด็กแห่งชาติได้เริ่มจัดขึ้นมาใหม่อีกครั้งใน พ.ศ. 2508 และจัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
คำขวัญวันเด็กพ.ศ. 2558 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต
6 เทคนิค ฝกสมองไบรท
6เทคนิค ฝกสมองไบรท
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมก็มีเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆมาฝากเพื่อนๆ
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมก็มีเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆมาฝากเพื่อนๆ
สำหรับใครที่ต้องการจะอัพสมองให้ไบรท์อยู่เสมอ ก็สามารถทำได้ง่ายๆด้วย 6 วิธีอัพสมองเพิ่มความจำ จะเป็นยังไงไปดูกันเลยครับ
1. ฝึกสมาธิ
การฝึกสมาธิจะช่วยให้สมองว่าง คลายเครียด และมีความจำที่ดีขึ้น อาจจะฟังดูน่าเบื่ออยู่บ้าง แต่ถ้าฝึกให้เป็นนิสัยแล้วรับรองว่าเป็นผลดีต่อสมองอย่างแน่นอนครับ
2. ดื่มกาแฟ
ช่วยเรียกความจำจากการเรียนรู้ได้ดีขึ้น นักวิจัยได้ทำการศึกษา โดยการทดสอบความจำของคนจำนวน 160 คน ภายในช่วงเวลา 24 ชม. โดยให้ ส่วนหนึ่งกินคาเฟอีนเม็ดขนาด 200 มิลลิกรัม ก่อนจะลองทดสอบความจำในวันใหม่ ปรากฏ ผลว่าผู้ที่ได้กินคาเฟอีนเม็ด จะมีความจำของเรื่องเมื่อวานได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้กิน
3. นอน
นอกจากก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว การนอนหลับยังสามารถส่งผลดีต่อสมองอีกด้วย เนื่องจากสมองเป็นอวัยวะชิ้นสำคัญของคนเรา หากเรานอนหลับให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ระบบจัดเก็บความทรงจำหรือระบบประสาทจะถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น
4. กินเบอรี่
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี จะช่วยเสริมสุขภาพสมอง ระบบหมุนเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง ช่วยลดความดันโลหิตที่สูงให้สมดุล มีวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเพิ่มความสามารถในการคิดและระดับไอคิวได้อีกด้วย
5. ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นประจำ จะส่งผลดีต่อฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการทำงานสำหรับสมองของคนเราหลาย ๆ อย่าง เช่น ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทและเซลล์สมองได้ อีกทั้งยังช่วยพัฒนาระบบไหลเวียนของออกซิเจนที่ช่วยในการหล่อเลี้ยงสมอง และพัฒนาเลือดให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
6. เคี้ยวหมากฝรั่ง
ในส่วนของสมองกว่า 8 จุด มีส่วนช่วยให้พัฒนาขึ้นจากการเคี้ยวหมากฝรั่ง โดยกระบวนการทำงานระหว่างที่เคี้ยวนั้น ร่างกายจะรู้สึกตื่นตัว และการเคี้ยวจะเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









